เรียนรู้วิธีขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์

          หากเรียนรู้วิธีโต้แย้งอย่างสร้างสรรค์โดยไม่ก่อศัตรู มีสติในการระงับอารมณ์โกรธ และมีกลเม็ดในการแก้ไขความขุ่นเคืองได้ล่ะก็ รับรองว่าการทำงานของคุณก็จะราบรื่นแน่ๆ แต่ควรทำอย่างไรบ้างนั้น วันนี้เรามีทริคดีๆ มาฝากกัน

เมื่อไหร่ควรพูดจาตกลงกัน

          หากมีเรื่องถกเถียงกับเพื่อนร่วมงานจนความโกรธแล่นฉิว อย่าเพิ่งระเบิดความโกรธ คุณควรหายใจเข้าลึกๆ และตั้งสติถามตัวเองให้ดีว่า เกิดอะไรขึ้น ฉันโกรธอะไร ฉันคาดหวังอะไรจากเพื่อนร่วมงาน หากความคิดของคุณชัดเจน คุณก็จะสามารถแก้ปัญหาได้ มิเช่นนั้นจะก่อเกิดความตึงเครียดระหว่างคุณและผู้ร่วมงานจนบานปลายและยากที่จะคืนดีกันได้ โดยเฉพาะผู้หญิงมักใช้เวลานานกว่าจะกล้าเข้าไปคืนดีกับคนที่ทะเลาะกันและมักคิดว่า กาลเวลาอาจทำให้ดีขึ้นเองก็ได้ซึ่งมันอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด

คุยโทรศัพท์เสียงดัง

          เพื่อนร่วมงานข้างๆ คุณมักพูดคุยโทรศัพท์เสียงดังจนคุณขาดสมาธิในการทำงาน และการที่จะเข้าไปพูดตรงๆ ย่อมไม่ดีแน่ ดังนั้น คุณควรบอกเขาในทำนองที่ว่า เขาเป็นเพื่อนร่วมงานที่คุณชอบมาก และถามต่อว่ามีเวลาคุยกันสักครู่มั้ย หรือหากคุณไม่รู้จะพูดอย่างไรก็ให้เตรียมตัวล่วงหน้าหรือเขียนบอก เช่น “ฉันทำงานไม่ค่อยได้เวลามีคนคุยโทรศัพท์เสียงดังใกล้ๆ ขอให้เบาสักนิดได้มั้ยคะ” การพูดอย่างนี้ย่อมดีกว่าการพูดว่า “คุณพูดโทรศัพท์เสียงดังยังกับฟ้าผ่าจนฉันทำงานไม่ได้”

โดนทีมงานโจมตีในที่ประชุม

          สถานการณ์ที่จะทำให้คุณเครียดจัดก็คือ การโดนจิกตีจากทีมงานกลางที่ประชุม ในกรณีนี้คุณไม่ควรร่วมทะเลาะไปกับทีมงานด้วย คุณควรพยายามทำให้สถานการณ์อ่อนเบาลง อย่างเช่น “มันจะดีกว่ามั้ยถ้าเราจะปรึกษากันโดยไม่กระทบคนอื่น” เป็นการพูดเพื่อสื่อให้รู้ว่า คุณไม่ได้ยอมให้ใครมาโจมตีคุณได้ง่ายๆ และในขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นว่าคุณไม่อยากต่อสู้ หากผู้ร่วมงานยังโจมตีคุณอีกล่ะก็ คุณควรคิดเตรียมการพูดจาเคลียร์ปัญหากันโดยสันติวิธี เช่น ถามผู้ร่วมงานว่า เขารู้สึกอย่างไรกับคุณ และรับฟังในสิ่งที่เขาพูดและให้ความเชื่อใจเขาถ้าเขามีความเห็นแตกต่างออกไป อย่างน้อยที่สุดคุณก็ค้นพบการแก้ปัญหาได้บ้างแล้วว่าทำอย่างไรจึงจะไม่เกิดเรื่องทะเลาะกันอีกในที่ประชุมครั้งต่อไป

ถูกวิจารณ์วิธีการทำงาน

          หากเจ้านายวิจารณ์วิธีการทำงานของคุณก็อย่าแสดงอาการโกรธ คุณควรคิดตรึกตรองให้ดีว่าเป็นจริงอย่างที่บอสของคุณว่ามั้ย และให้ถามบอสของคุณว่า เขามีข้อแนะนำอย่างไรให้คุณบ้าง และคุณยินดีน้อมรับคำวิจารณ์และจะพยายามปรับปรุงแก้ไขตนเองให้ดีขึ้น หากคุณคิดว่างานที่คุณทำไม่เหมาะกับคุณและคุณคงทำตามที่บอสแนะนำไม่ได้ก็ควรเริ่มมองหางานใหม่ได้แล้ว

ทำงานช้าเกินไป

          บอสของคุณตำหนิคุณบ่อยว่าคุณทำงานไม่คล่องแคล่วว่องไว แล้วบอสก็ให้งานคุณกองเบ้อเร่อและบอกว่า “ผมขอร้องให้คุณทำงานชิ้นนี้ให้เสร็จโดยเร็วเท่าที่จะเป็นไปได้” การทำงานให้รวดเร็วนั้นก็ต้องดูความสำคัญของงานด้วยว่า งานใดควรรีบเร่งทำก่อนและงานใดที่รอได้ทีหลัง คุณควรพิจารณาไตร่ตรองให้ดีก็จะช่วยทำให้คุณทำงานได้เร็วขึ้น เช่น การวางแผนการประชุมต้องรีบทำก่อนการจัดทำโฆษณาหรือไม่ หรือหากคุณไม่แน่ใจ ตัดสินใจไม่ได้ก็ควรปรึกษาบอสของคุณว่า งานใดที่เขาต้องการด่วนและงานใดที่ล่าช้าได้เพื่อให้การทำงานชัดเจนขึ้น และเป็นการสลายความเข้าใจผิดได้ซึ่งจะช่วยให้คุณและบอสเข้าใจซึ่งกันและกัน

ทะเลาะกับผู้ร่วมงานแล้วต้องปะหน้ากัน

          หากคุณทะเลาะกับผู้ร่วมงานหน้าดำหน้าแดงจนแทบมองหน้ากันไม่ติด แต่ตราบใดที่คุณและผู้ร่วมงานยังต้องทำงานอยู่ในที่เดียวกันก็ยากนักที่จะไม่เจอะเจอกันอีก แต่ทางที่ดีที่สุดก็คือ คุณควรพูดจากับเขาอีกเพราะบางทีคุณและเขาอาจค้นพบว่าทำไมความสัมพันธ์ของคุณทั้งคู่จึงยังมึนตึงต่อกัน หรืออาจเป็นเพราะว่าเขาเห็นคุณเป็นคู่แข่งหรือเปล่า หรือคุณพูดจากระทบเขาโดยไม่ตั้งใจโดยที่คุณจำไม่ได้แล้ว หากไม่ได้เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งคุณก็ต้องยอมรับว่า คุณสองคนไม่ถูกชะตากัน โดยยึดคติว่า คนเราไม่อาจรักคนทุกคนได้ แต่คนเราควรเข้ากับคนอื่นได้ดี