20 เรื่องที่คุณ (อาจ) ไม่รู้ เกี่ยวกับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

            การเมืองพลิกขั้ว กองเชียร์พลิกข้าง อารมณ์อมทุกข์เคว้งคว้างของหลายคนเริ่มทุเลาเบาคลาย เมื่อประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ของปี 2551 (ปีเดียวใช้นายกฯ เปลืองถึง 3 คน) ชื่อ "นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ"

            นอกจากรูปหล่อ อายุน้อย ที่เป็นเหมือน "ภาพคำประจำตัว" แล้ว นายกฯ หนุ่มคนนี้มีเรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้อีกหลายประการ ไม่เชื่อ...เชิญอ่าน "20 เรื่องจริงของนายกฯ อภิสิทธิ์" ได้ตามอัธยาศัย!

             1. นักเรียนอีตัน บัณฑิตออกซ์ฟอร์ด

            นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เกิดเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2507 ที่เมืองนิวคาสเซิล ประเทศอังกฤษ เรียนชั้นประถมฯ ที่โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ เรียนชั้นมัธยมฯ ที่อีตัน และจบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาปรัชญาการเมืองและเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด โดยเป็นคนไทยคนที่ 3 ที่ได้เกียรตินิยมอันดับ 1 จากนั้นก็เรียนต่อที่เดิมจนจบปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์ นอกจากนี้ ยังได้รับดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขานิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรามคำแหงอีกด้วย อนึ่ง หลังจากจบระดับปริญญาตรีจากออกซ์ฟอร์ด เขาได้ไปเป็นอาจารย์ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เขาชะโงก จังหวัดนครนายก อยู่เกือบ 2 ปีจนได้รับพระราชทานยศเป็น ร้อยตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนี่คือเหตุที่เขาไม่ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหาร แต่ก็ยังถูกโจมตีว่า "หนีทหาร" จากฝ่ายตรงข้ามจนถึงทุกวันนี้

             2. ทีมฟุตบอลในดวงใจ

            เพราะเกิดที่เมืองนิวคาสเซิลละกระมัง ทำให้ทีมฟุตบอลในดวงใจตลอดกาลของนายอภิสิทธิ์คือทีมสาลิกาดง นิวคาสเชิล และกีฬาสุดโปรดของเขาก็คือ ฟุตบอล!

             3. อนุรักษ์นิยมไทย

            ถึงแม้จะเกิดและเรียนที่เมืองนอกเป็นเวลาหลายสิบปี แต่นายอภิสิทธิ์ไม่นิยมการพูดไทยคำอังกฤษคำ แม้แต่ตัวเลข เขายังเขียนเป็นตัวเลขไทยทุกครั้ง

             4. ร็อค-เพื่อชีวิต

            เห็นท่าทางสุภาพๆ เนี้ยบๆ แบบนี้ แต่แนวดนตรีโปรดของนายอภิสิทธิ์คือเพลง Rock ทุกครั้งที่มีการแสดงคอนเสิร์ตร็อคในประเทศไทย นายอภิสิทธิ์จะต้องหาโอกาสไปโยกในคอนเสิร์ตทุกครั้ง โดยวงดนตรีที่เขาชอบมากคือ R.E.M. กับ U2 เล่ากันว่าเวลานั่งอยู่ในรถ เขามักจะหยิบวอล์กแมนขึ้นมาฟังเพลงร็อคพร้อมกับโยกตัวไปตามเพลงแทบทุกครั้ง บางครั้งก็ร้องออกมาดังๆ (ไม่น่าเชื่อใช่ไหม) แต่ถ้าเป็นเพลงไทยละก็ เขาชอบเพลงเพื่อชีวิต ทุกครั้งที่ถูกขอให้ร้องเพลงบนเวที เพลงของพงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ กับพงษ์เทพ กระโดนชำนาญคือเพลงหากินของนายกฯ คนที่ 27 คนนี้

             5. เมนูโปรด-ไม่ปลื้ม

            อาหารจานโปรดของนายกฯ มาร์ค คือ ข้าวไข่เจียว แต่ที่ไม่ปลื้ม เอาเสียเลยก็คือ "แตงโม" ยกเว้นก็แต่แตงโมที่หมายถึงภรรยาของเขา อาจารย์แตงโม-พิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ (อิอิ) ทุกเช้าหลังตื่นนอนตอนตีห้าครึ่ง สิ่งแรกที่เขาทำเป็นประจำสม่ำเสมอคือการชงกาแฟให้คุณแตงโม และยังทำอยู่จนถึงทุกวันนี้ (หวานจริงๆ)

             6. นามสกุลพระราชทาน

            เวชชาชีวะ (Vejjajiva) เป็นนามสกุลพระราชทาน [เวช (ยา) + อาชีวะ (อาชีพ)] ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 พระราชทานลงมาเป็นลำดับที่ 4,881 จากทั้งหมด 6,423 นามสกุล เหตุที่มีคำว่า “เวช” ก็เพราะมีต้นตระกูลเป็นหมอ ได้แก่รองอำมาตย์ตรีหลง (บุตรของนายจิ๊นแสง) ซึ่งเป็นแพทย์ประจำจังหวัดลพบุรี ส่วนบรรพบุรุษดั้งเดิมนั้นเป็นชาวจีนโพ้นทะเล ที่ล่องเรือมาตั้งรกรากใหม่บนแผ่นดินสยาม โดยมาขึ้นฝั่งที่จังหวัดจันทบุรี

             7. โรคภัยไข้เจ็บ

            แม้บิดาจะเป็นหมอ (นพ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ) เช่นเดียวกับมารดา (พญ.สดใส เวชชาชีวะ) แต่คนหนุ่มวัย 44 ย่าง 45 ปี อย่างคุณอภิสิทธิ์ก็ไม่วายมีโรคภัยไข้เจ็บประจำตัว นั่นคือ “เกาต์”

             8. เดี่ยว-โดด-เด่น

            คุณอภิสิทธิ์สนใจการเมืองมาตั้งแต่เด็ก เขาเคยเป็นสมาชิกยุวประชาธิปัตย์มาก่อน หลังเรียนจบและผ่านการสอนหนังสือมาระยะหนึ่ง คุณอภิสิทธิ์ได้รับฉันทานุมัติจากพรรคประชาธิปัตย์ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อปี 2535 ในเขต 6 กรุงเทพมหานคร ตอนนั้นเขาอายุแค่ 27 ปี และได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนั้นเพียงคนเดียวของพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากพื้นที่ กทม. กำลังอยู่ในช่วงกระแส "จำลองฟีเวอร์" เวลานั้นคุณอภิสิทธิ์ได้ชื่อว่าเป็น ส.ส.ที่อายุน้อยที่สุดในสภา!

            มีคนเข้าใจว่า คุณมาร์คเป็นนายกฯ ที่หนุ่มที่สุดที่ประเทศไทยเคยมี แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ นายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดคือ ศาสตราจารย์ (พิเศษ) หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ผู้ก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกฯ ในปี 2488 ด้วยอายุเพียง 40 ปี ส่วนนายกฯที่เด็กรองลงมาก็คือ จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกฯ ในปี 2481 ตอนอายุ 41 ปี

             9. รับโทรศัพท์

            คุณอภิสิทธิ์เป็นหนึ่งในนักการเมืองที่มีชื่อเสียงเพียงไม่กี่คนที่รับโทรศัพท์ด้วยตนเอง ยกเว้นปัจจุบันที่มีนายศิริโชค โสภา คอยช่วยรับ และได้ฟังโทรศัพท์ด่าทอและข่มขู่มาแล้วหลายสาย!

             10. แรงบันดาลใจ

            คุณอภิสิทธิ์อยากเป็นนักการเมืองตั้งแต่อายุ 9 ขวบ แรงบันดาลใจที่สำคัญของเขาคือความรู้สึกสะเทือนใจขณะติดตามข่าวเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ทางโทรทัศน์

"มันเกิดอารมณ์สะเทือนใจ และเกิดแรงบันดาลใจขึ้นมาว่า เอ๊ะ! จริงๆบ้านเมืองมันเป็นของเราทุกคนนะ เราเห็นว่ามันเป็นสิ่งที่ท้าทาย อยากเข้ามาทำงานทางการเมืองบ้าง" เขาบอก

             11. ยุงจอมยุ่ง

            สิงสาราสัตว์หรือแม้แต่นักการเมืองด้วยกัน ต่อให้เขี้ยวลากดินขนาดไหน คุณอภิสิทธิ์ไม่เคยขยาด เพียงอย่างเดียวที่เขากลัวก็คือ "ยุง" ที่แม้ถูกกัดเพียงนิดเดียวก็จะบวมไปนานนับสัปดาห์

             12. หล่อตอนไหนก็ไม่รู้

            สมัยเด็กๆ คุณอภิสิทธิ์เป็นเด็กที่ตัวเตี้ยที่สุดในชั้น ไม่ใช่เฉพาะในหมู่นักเรียนชายเท่านั้นแต่รวมถึงนักเรียนหญิงด้วยไม่มีใครเคยชมว่าเขาหล่อ เขาเองก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองหล่อ ครั้งหนึ่ง ดร. วิษณุ เครืองาม ได้เห็นรูปนายอภิสิทธิ์ตอนเด็ก ถึงกับออกปากว่า "ขอประทานโทษนะ คุณอภิสิทธิ์ ทำไมตอนเด็กๆ หน้าตาขี้ริ้วจัง"

             13. โดราเอมอน

            คุณอภิสิทธิ์ชอบดูการ์ตูนโดราเอมอนมาก เขาบอกว่าดูมาตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก และปัจจุบันก็ยังดูอยู่ "โดราเอมอนเป็นการ์ตูนที่ดีมากนะ เพราะมันส่งเสริมจินตนาการ มันสะท้อนเรื่องความอยากได้เรื่องความใฝ่ฝันของคนที่อยากมีของวิเศษ แล้วสุดท้ายมันก็ชี้ให้เห็นว่า ของวิเศษมันสร้างปัญหาได้ทุกเรื่อง อยู่ที่คนใช้มัน"

             14. จดหมาย

            คุณอภิสิทธิ์ได้รับจดหมายและอีเมลมากบ้างน้อยบ้างเป็นช่วงๆ แต่เขาจะอ่านมันทุกฉบับ โดยเฉพาะจดหมายด่าที่จะต้องคอยย้ำกับผู้ช่วยว่า "ห้ามทิ้ง" เพราะอยากรู้ว่าคนที่เขียนมาด่านั้น กำลังมองเขาอย่างไร หรือเข้าใจอะไรผิดเกี่ยวกับตัวเขาอยู่บ้าง ส่วนจดหมายที่ทำให้แปลกใจที่สุด คือจดหมายของเด็กคนหนึ่งที่เขียนมาถามการบ้าน และอีกฉบับเป็นจดหมายของชายหนุ่ม ไม่นะ...ไม่ได้เขียนมาจีบ (แหะๆ) แต่เขียนมาขอยืมเงิน "เขาบอกมาว่าวันนี้ผมจะแต่งงาน อยากยืมเงินคุณอภิสิทธิ์ไปจัดงาน (หัวเราะ)"

             15. หน้าจอ (หัวใจ)

            คุณอภิสิทธิ์เปลี่ยนโทรศัพท์มือถือด้วยตัวเองเพียงครั้งเดียว ว่ากันว่าเขาเป็นบุคคลตัวอย่างที่ใช้โทรศัพท์มือถืออย่างคุ้มค่ามาก แต่สองเครื่องหลังที่ดูทันยุคทันสมัยขึ้นมาหน่อย ภรรยาเป็นคนซื้อให้ โดยกว่าจะได้เครื่องหลังสุดมา เขาเลือกที่จะทนใช้เครื่องเก่าเพื่อลากยาวให้ถึงวันเกิดของตัวเอง เพราะเชื่อว่าภรรยาจะทนไม่ได้ และซื้อเครื่องใหม่ให้เป็นของขวัญเหมือนที่เคยทำ (ร้ายเหมือนกันนะเนี่ย 555) ส่วนรูปหน้าจอโทรศัพท์นั้น มิใช่รูปใครอื่นไกลเป็นรูปของศรีภรรยากับลูกสุดที่รักนั่นเอง

             16. ในห้วงรัก

            หลังเพื่อนนักเรียนประถมฯ ต่างห้อง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับพิมพ์เพ็ญ ศกุนตาภัย ได้มาเจอกันในงานเลี้ยงรุ่นเพื่อนสาธิตจุฬาฯ ขณะนั้นหนุ่มมาร์คอยู่ในช่วงพักรอมหาวิทยาลัยเปิด ข้างสาวพิมพ์เพ็ญกำลังเรียนอยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แค่มองตาทั้งคู่ก็รู้ใจและตัดสินใจคบหากันผ่านจดหมายข้ามทวีป ถึงขนาดส่งกันวันเว้นวันเลยทีเดียว และได้โทรศัพท์คุยกันสัปดาห์ละครั้ง (เพราะค่าโทรแพง) เมื่อเรียนจบปริญญาตรีจากเมืองนอกหนุ่มมาร์คก็มาเป็นทหาร (เป็นอาจารย์สอนโรงเรียนนายร้อย) รอสาวพิมพ์เพ็ญซึ่งกำลังเรียนทันตแพทย์อยู่ชั้นปีที่ 6 ก่อนจะตัดสินใจแต่งงานกันหลังสาวเจ้าเรียนจบ และหนุ่มมาร์คกำลังจะเดินทางไปเรียนปริญญาโทต่อที่ต่างประเทศ ทั้งคู่สมรสกันเมื่อปี พ.ศ. 2531 มีทายาท 2 คน คือ ปราง เวชชาชีวะ (บุตรสาว) กับ ปัณณสิทธิ์ เวชชาชีวะ (บุตรชาย) ครั้นเอ่ยถามว่า “จดหมายรัก” ทั้งหลายยังอยู่ไหม นายกฯ หนุ่มตอบเขินๆ ว่า "เก็บอยู่ แต่ว่าบ้านรกมาก ไม่รู้จะหาเจอหรือเปล่า (หัวเราะ)" ไปช่วยกันหาดีไหมเนี่ย...

             17. มิสเตอร์จุบจิบ

            นายกฯ มาร์ค ยอมรับว่าชอบกินของจุบจิบเหมือนเด็ก สิ่งที่เห็นแล้วอดไม่ได้ต้องซื้อกินก็คือ ช็อกโกแลต "แต่ต้องเป็นดาร์คช็อกโกแลตนะ ไวท์ช็อกโกแลตไม่กิน แล้วก็ชอบกินไอศกรีมรสช็อกโกแลตด้วย"

คุณอภิสิทธิ์สูง 167 เซนติเมตร น้ำหนักตัวคงที่อยู่แถวๆ 59-60 กิโลกรัม โดยก่อนหน้านี้สักสี่ห้าปี น้ำหนักตัวไม่เคยเกิน 50 กิโลกรัมมาก่อนเลย

             18. สุดยอดเจ้านาย

            ไม่จำเป็น คุณอภิสิทธิ์ไม่เคยนอนค้างคืนที่ไหน เขาพร้อมจะกลับให้ถึงบ้าน ไม่ว่าจะไกลหรือดึกแค่ไหนก็ตาม เพื่อ "ให้ลูกได้เห็นเรา"

ครั้งหนึ่งคุณอภิสิทธิ์ไปช่วยลูกพรรคหาเสียงที่จังหวัดชุมพร แล้วต้องกลับกรุงเทพฯ ระหว่างตีรถกลับ ปรากฏว่า "เปี๊ยก" คนขับรถคู่ใจสารภาพกับเจ้านายตรงๆ ว่า "ง่วง" ทั้งๆที่ตอนกลางวัน เจ้านายอนุญาตให้นอนหลับเอาแรงให้เต็มที่ แต่สารถีคู่ใจก็สนุกไปกับการตั้งวงเมาท์กับกระจิบกระจอกข่าวอย่างเพลิดเพลินจนลืมพักเอาแรง หลังลูกน้องบอกว่าง่วง เจ้านายก็สั่งให้หยุดรถ แล้วสลับที่กัน โดยเจ้านายเป็นคนขับพาเปี๊ยกกลับถึงกรุงเทพฯ ตอนตีสามโดยสวัสดี!?

             19. คอข่าว

            คุณอภิสิทธิ์เป็นคนที่ชอบติดตามข่าวสารมากเว็บไซต์ข่าวสารที่เขาเข้าชมเป็นประจำก็คือ ผู้จัดการ เนชั่น และไอเอ็นเอ็น ด้วยเหตุผลว่าเป็น 3 เว็บไซต์ที่อัพเดตข่าวตลอดเวลา ทำให้ตรวจสอบเหตุการณ์ต่างๆ ได้ง่าย คอลัมนิสต์ ข่าวการเมืองที่คุณอภิสิทธิ์ยกให้เป็นมือหนึ่งของวงการ (ทั้งเนื้อหาและสไตล์การเขียน) คือ เปลว สีเงิน แห่งไทยโพสต์ เช่นเดียวกับเมื่ออ่านไทยรัฐ เขาอดไม่ได้ที่จะต้องเปิดไปหน้า 3 "ดูหน้าสามว่าวันนี้เขาจะด่าอะไรผมบ้าง เพราะเท่าที่ตามอ่านมาหลายปี ยังไม่เคยเห็นเขียนชมผมเลย (หัวเราะ)"

             20. เครือญาติ

            บุคคลที่มีชื่อเสียงซึ่งเป็นเครือญาติกับคุณอภิสิทธิ์ 2 คนซึ่งเป็นที่รู้จักมากในยุคนี้ได้แก่ งามพรรณ เวชชาชีวะ นักแปลฝีมือเยี่ยมและผู้ประพันธ์นวนิยายรางวัลซีไรต์เรื่อง “ความสุขของกะทิ” ที่กำลังเป็นภาพยนตร์ที่จัดฉายอยู่ในขณะนี้ เป็นพี่สาวแท้ๆ ของคุณอภิสิทธิ์ ส่วนนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน (ลูกของลุง) ที่ปัจจุบันนายกฯ มาร์ค ยอมรับว่าคุยกันน้อยมาก (เพราะไม่ค่อยได้เจอกัน)

            เล่ากันว่าเมื่อครั้งคณะนายทหารทำการรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลทักษิณเมื่อปี 2549 มีการส่งกำลังทหารพร้อมรถถังไปประจำหน้าบ้านบุคคลสำคัญๆ ของพรรคไทยรักไทยเพื่อควบคุมการเคลื่อนไหว ปรากฏว่ารถที่ส่งไปให้เฝ้านายสุรนันทน์ไปจอดผิดบ้าน คือไปจอดหน้าบ้านคุณอภิสิทธิ์แทน (ไม่รู้จะขำดีไหม)